ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเหตุปลาตายในลำรางคลองทุ่งจูด อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา
ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 มอบหมายให้ผู้อำนวยการส่วนการจัดการกากของเสียและสารอันตรายพร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนการจัดการกากของเสียและสารอันตราย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลคลองหอยโข่ง และผู้แทนภาคประชาชน ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งเหตุปลาตายในลำรางคลองทุ่งจูด บริเวณใกล้เคียงกับโรงคัดแยกขยะบริษัท เซาท์เทิร์น วี เพียวริตี้ จำกัด อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา
ผลการตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ พบซากปลาตายจำนวนหนึ่ง สภาพน้ำมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่มีกลิ่น จากการสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองหอยโข่งและผู้แทนภาคประชาชน ทราบว่า ได้รับแจ้งเหตุว่าพบปลาตายในลำรางคลองทุ่งจูด เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ซึ่งในวันดังกล่าวในพื้นที่มีฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำชะขยะจากโรงคัดแยกขยะ ไหลออกมารวมกับน้ำในลำรางคลองทุ่งจูด สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามบริเวณจุดเกิดเหตุปลาตาย พบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 7.2 ค่าการนำไฟฟ้า เท่ากับ 267 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร และค่าออกซิเจนละลาย เท่ากับ 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร และตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามบริเวณลำรางคลองต้นน้ำก่อนถึงจุดเกิดเหตุ จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1) จุดเสาไฟฟ้าแรงสูงเหนือโรงคัดแยกขยะ (จุดอ้างอิงต้นน้ำ) พบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 7.34ค่าการนำไฟฟ้า เท่ากับ 70 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร และค่าออกซิเจนละลาย เท่ากับ 3.0 มิลลิกรัมต่อลิตร 2) คลองด้านข้างบ่อพักน้ำเสียโรงคัดแยกขยะ พบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 7.1 ค่าการนำไฟฟ้า เท่ากับ 184 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร และค่าออกซิเจนละลาย เท่ากับ 2.2 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 3) บริเวณก่อนถึงทางเข้าโรงคัดแยกขยะ(จุดที่น้ำชะขยะไหลมารวมกับน้ำในลำรางคลองทุ่งจูด) พบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 7.54ค่าการนำไฟฟ้า เท่ากับ 232 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร และค่าออกซิเจนละลาย เท่ากับ 1.4 มิลลิกรัมต่อลิตร (โดยทั่วไปสัตว์น้ำส่วนใหญ์จะดํารงอยู่ได้อย่างปกติที่ระดับค่าออกซิเจนละลาย ไม่ต่ำกว่า 3.0 มิลลิกรัม/ลิตร)ทั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 ได้ให้คำแนะนำองค์การบริหารส่วนตำบลคลองโข่ง ประสานแจ้ง ให้บริษัทฯ ดำเนินการกั้นน้ำชะขยะที่ไหลออกมาสู่ภายนอกและสูบน้ำชะขยะกลับไปพักไว้ในบ่อพักน้ำเสียและเฝ้าระวังไม่ให้น้ำชะขยะไหลออกสู่ภายนอก โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนัก และได้เก็บตัวอย่างน้ำส่ง ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อประเมินผลคุณภาพน้ำ และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป
