วันที่ 4 สิงหาคม 2569 หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 16 โดยเจ้าหน้าที่ส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และองค์การบริหารส่วนตำบลวัดขนุน ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุร้องเรียนกรณีการประกอบกิจการทำห้องเย็นแช่แข็งสัตว์น้ำและอาหารทะเลแช่แข็ง ในพื้นที่ตำบลวัดขนุน อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลอ่าวไทย น้ำทิ้งมีกลิ่นเหม็นรุนแรงส่งผลกระทบต่อประชาชนพื้นที่ และความยาวท่อระบายน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า
1) โรงงานดังกล่าวเป็นประเภทหรือชนิดของโรงงานลำดับที่ 92 ประเภทโรงงานห้องเย็น ประกอบกิจการทำห้องเย็นแช่แข็งสัตว์น้ำและอาหารทะเลแช่แข็ง ขณะตรวจสอบมีการประกอบกิจการตามปกติ มีระบบบำบัดน้ำเสียชนิดบ่อปรับเสถียร (Stabilization Pond) จำนวน 12 บ่อ ความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย 2,900 ลบ.ม./วัน มีการติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม (BOD Online) และมีการระบายน้ำทิ้งลงสู่ทะเลอ่าวไทย โดยมีความยาวท่อระบายน้ำทิ้งจนถึงแนวเขตควบคุมกรมเจ้าท่า ประมาณ 2 กิโลเมตร และจากการตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่าแสดงความยาวท่อระบายน้ำทิ้งในทะเลจากเขตควบคุมยาว 200 เมตร
2) ขณะตรวจสอบบริเวณระบบบำบัดน้ำเสียไม่มีกลิ่นเหม็น ใช้งานได้ตามปกติ ตรวจสอบท่อระบายน้ำทิ้งบริเวณทะเลอ่าวไทยพบว่ามีการปรับปรุงท่อส่งน้ำทิ้งแล้วเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 เนื่องจากชำรุดจากเหตุอุทกภัย โดยลักษณะเป็นท่อ HDPE สีดำฝังใต้พื้นทะเลลึกน้อยกว่าระยะ 1.5 เมตร มองเห็นชัดเจน ระยะแนวชายหาดจากเขตควบคุมกรมเจ้าท่า ยาวประมาณ 20 เมตร และความยาวท่อในทะเลประมาณ 180 เมตร อย่างไรก็ตามคณะผู้ตรวจสอบได้แจ้งให้ผู้ประกอบการชี้แจงและแสดงหลักฐานเพิ่มเติมในประเด็นความยาวท่อส่งน้ำทิ้งในทะเล และได้ประสานสำนักงานเจ่าท่าภูมิภาคสาขาสงขลาเข้าตรวจสอบกรณีการฝังท่อใต้พื้นทะเลลึกน้อยกว่าระยะ 1.5 เมตร ซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมตามใบอนุญาต
3) สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 ตรวจสอบการสรุปรายงานผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย (ทส.2) และเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจากบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อสุดท้ายที่จะระบายออกสู่ภายนอก จำนวน 1 ตัวอย่างเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่