วันที่ 13 มกราคม 2569 หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 16 (สงขลา) โดยผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่วนตรวจและบังคับบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอระโนด และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตรวจสอบสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกร เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนการเลี้ยงสุกรที่ส่งผลให้เกิดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็น และเสียงดังรบกวนประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ขณะตรวจสอบพบว่า
1) มีการเลี้ยงสุกรประกอบด้วย สุกรแม่พันธุ์ สุกรขุน และสุกรอนุบาล ประมาณ 220 ตัว คิดเป็น 31 หน่วยปศุสัตว์ เข้าข่ายเป็นการเลี้ยงสุกร ประเภท ค ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ มีโรงเรือนสำหรับเลี้ยงสุกรจำนวน 1 หลัง การจัดการน้ำเสียมีบ่อเกรอะสำหรับดักมูลสุกร จำนวน 2 บ่อ ขนาดบ่อละ 16 ลูกบาศก์เมตร และมีบ่อพักน้ำเสียจากบ่อเกรอะ จำนวน 1 บ่อ ปริมาตร 150 ลูกบาศก์เมตร อยู่ติดลำคลองสาธารณะ และอยู่ระหว่างก่อสร้างบ่อพักน้ำเสียจากบ่อเกรอะอีกจำนวน 1 บ่อ ปริมาตร 96 ลูกบาศก์เมตร
2) ขณะตรวจสอบบริเวณโรงเรือนและพื้นที่ข้างเคียงมีกลิ่นเหม็น ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่าไม่สามารถก่อสร้างบ่อพักน้ำเสียจากบ่อเกรอะเพิ่มเติมได้ทันตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนและเครื่องจักรไม่สามารถทำงานได้ แต่ได้ทำการสูบน้ำเสียจากบ่อเกรอะและเสริมคันดินบริเวณขอบบ่อที่ติดกับลำคลองเพื่อป้องกันการไหลล้นของน้ำเสีย และแจ้งว่าอยู่ระหว่างทำแผนการเลี้ยงเพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
3) เจ้าพนักงานท้องถิ่นอำนาจตามมาตรา 25 เหตุรำคาญ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ให้ข้อแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้
1) ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงบ่อพักน้ำเสียให้เพียงพอสำหรับการบำบัดน้ำเสีย ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 30 วัน
2) บริหารจัดการการเลี้ยงสุกรโดยจำกัดการเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ในโรงเรือนเดิม และเคลื่อนย้ายสุกรขุนรวมถึงลูกหมูที่หย่านมแล้วหลังคลอด 45 วัน ไปยังโรงเรือนใหม่ภายในระยะเวลา 1 ปี
3) ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดเสียงรบกวนต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ข้างเคียง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องรายงานผลการดำเนินการตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

