วันที่ 23 ธันวาคม 2568 หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 16 โดยผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต 12 (สงขลา) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา และเทศบาลตำบลบุดี ตรวจสอบเหตุร้องเรียนกรณี ประชาชนได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็นรบกวนจากเขม่าควัน จากการประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ผลการตรวจสอบ พบว่า
1) บริเวณที่ร้องเรียนมีการประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล กำลังการผลิตติดตั้ง ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ จำนวน 2 แห่ง ใช้ไม้สับ เศษไม้ ขี้เลื่อยยางพารา และทะลายปาล์ม เป็นเชื้อเพลิง ขณะตรวจสอบประกอบกิจการปกติ ได้รับกลิ่นเหม็นบริเวณบ่อพักน้ำทิ้งจากลานเก็บกองวัตถุดิบเล็กน้อย ไม่พบกลิ่นเหม็นรบกวนจากเขม่าควันจากปล่องระบายอากาศ ผู้นำตรวจโรงงานทั้ง 2 แห่ง ให้ข้อมูลว่าหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลให้มีน้ำชะจากกองทะลายปาล์มลงสู่บ่อพักน้ำทิ้งปริมาณมากและไม่สามารถบำบัดได้ทันทำให้บ่อพักน้ำจากลานกอง และบ่อพักน้ำทิ้ง (Holding pond) ส่งกลิ่นเหม็นและทะลายปาล์มมีความชื้นสูงส่งผลต่อกระบวนการเผาไหม้ทำให้เกิดเขม่าควันและมีกลิ่นเหม็น
2) สถานประกอบกิจการทั้ง 2 แห่ง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยการนำแผ่นพลาสติกปิดคลุมลานกองทะลายปาล์ม และบำบัดน้ำเสียจากบ่อพักน้ำจากลานกอง และบ่อพักน้ำทิ้ง (Holding pond) โดยระยะยาวจะก่อสร้างอาคารเก็บกองทะลายปาล์มเพื่อป้องกันน้ำฝน ปัจจุบันเร่งดำเนินการนำทะลายปาล์มที่ลดความชื้นเข้าสู่กระบวนการเผา และควบคุมการสำรองวัตถุดิบให้เหมาะสมไม่ให้ตกค้างจำนวนมากเพื่อลดกลิ่น พร้อมทั้งเริ่ม Start up ระบบการเผาจนเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
3) คณะผู้ตรวจสอบได้ให้คำแนะนำ ดังนี้
3.1) จัดทำรางระบายน้ำรอบลานกองวัตถุดิบและรวบรวมน้ำชะเข้าสู่บ่อพักน้ำ และควบคุมกลิ่นเหม็นในบ่อพักโดยพิจารณาจากคุณสมบัติของน้ำเสีย และห้ามระบายน้ำเสียจากลานเทกองวัตถุดิบออกสู่ภายนอก
3.2) เพิ่มมาตรการป้องกันความชื้นของวัตถุดิบโดยเฉพาะทะลายปาล์มเพื่อป้องกันเขม่าควันและกลิ่นเหม็นจากการกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ เร่งการนำวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนผลิตเพื่อลดระยะเวลาการเก็บกอง ควบคุม ดูแลระบบบำบัดมลพิษให้ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งควบคุมปริมาณการจัดเก็บวัตถุดิบสำรองให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตในแต่ละครั้ง
3.3) เพิ่มมาตรการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนในพื้นที่หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือกระบวนการผลิตที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ
3.4) คณะผู้ตรวจสอบจะติดตามการแก้ไขปัญหาอีกครั้งโดยผู้ประกอบการต้องแจ้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาไปยังเทศบาลตำบลบุดีอย่างต่อเนื่อง

